กรุงเทพฯ ปลายปี 1947 เสียงระฆังวัดดังห่างๆ ในยาม
พลบ เปลือกตาของชายคนหนึ่งกระตุก เปิดออกใต้แสงตะเ
กียงน้ำมันในห้องไม้หลังบ้านขุนนางชั้นกลาง เขาไม่
รู้ชื่อตัวเอง แต่ร่างกายตอบสนองต่อเสียงเรียก “เจ
้าเป็นใคร?” จากแม่ครัวเก่า ที่มองหน้าแล้วเรียกว่
า “ไอ้หมอน” คนใช้เงียบขรึมที่หายไปสามวันหลังตกจา
กเรือขนข้าว
เขาจำอะไรไม่ได้นอกจากรอยแผลเป็นบนฝ่ามือข้างขวา แ
ละภาพลวงตาของเมืองใหญ่ที่ไม่มีวันนี้—ตึกสูง รถยน
ต์ไร้ควัน ภาษาที่ไม่มีใครพูดที่นี่
วันต่อมา บ้านขุนเจ้าคำรณ สั่งให้ “หมอน” แต่งตัวใ
หม่ โกนหนวด ใส่เสื้อคลุมไหมขาว เขาถูกผลักเข้าแถว
ขบวนขันหมากแทนลูกสาวขุนเจ้าที่หนีไปตามแฟนชาวจีน
ขันหมากนี้ไปสู่บ้าน “หลวงวิเศษสงคราม” ขุนนางหนุ่
มสายปฏิวัติ ผู้สนับสนุนคณะราษฎรและต่อต้านขุนศึกเ
ก่า
พิธีจัดในคืนพระจันทร์ดับ ทุกคนรู้ว่าเป็นแค่พิธีแ
สดงอำนาจ—แต่ไม่รู้ว่ามีแผนลอบสังหารฝังอยู่ใต้เคร
ื่องเซ่นไหว้ หมอนถูกสั่งให้ยกถาดทองคำที่รองด้วยผ
้าแพรแดง มีผลไม้ น้ำเต้าหู้ ขนมถ้วย และเข็มเย็บผ
้าซ่อนอยู่ใต้ฐาน
ขณะเดินผ่านประตูทางเข้าเรือนหลัก ลมพัดแรงผิดปกติ
ตะเกียงดับพร้อมกันทั้งบริเวณ หมอนสะดุด ถาดเอียง
เข็มหลุดลงพื้นไม้—เสียงดังเล็กน้อย แต่เพียงพอให
้ทหารสองนายหันไปเห็นชายในชุดขาวกำลังจะเทของเหลวใ
สลงไปในไหน้ำชาขนาดใหญ่
การยิงเกิดขึ้นทันที ชายในชุดขาวล้ม ไหน้ำชาแตก ขอ
งเหลวไหลออกมาเป็นสารใสที่กัดพื้นไม้จนไหม้ดำ ควัน
ฉุนคละคลุ้ง ผู้คนกรีดร้อง หมอนถูกจับโยนลงพื้น ถู
กชี้ว่าเป็นตัวการ เพราะเขาถือถาด
แต่ในวินาทีที่หัวเขากระแทกพื้น เสียงสะท้อนกลับมา
—“ระบบปลดล็อก: การกลับชาติมาเกิดสำเร็จ” —ในหัวเข
า ภาพแฟลชของเมืองในอนาคต หน้าจอมือถือ คำว่า “โปร
ไฟล์: นักฆ่ารหัส 7” ปรากฏขึ้นโดยไม่มีคำอธิบาย
เขารู้ในทันทีว่าเขาไม่ใช่หมอน แต่ถูกส่งมาจากอนาค
ตผ่านพิธีกรรมโบราณที่ผสมกับเทคโนโลยีลับของห้องทด
ลองลับภายใต้กระทรวงกลาโหมในปี 2048 ซึ่งใช้ “พลัง
กรรม” ควบคุมการส่งสัญญาณข้ามเวลา โดยต้องใช้ร่างค
นตายที่ “เจตนาบริสุทธิ์” เป็นตัวรับ—แต่หมอนไม่ได
้ตายบริสุทธิ์ เขาถูกฆ่าเพราะรู้ความลับเรื่องขันห
มากปลอมในอดีต
ตอนนี้ร่างของเขาคือตัวเชื่อมระหว่างสองยุค โลกเริ
่มผิดปกติ—นาฬิกาลูกตุ้มหยุดเวลาเดียวกับที่โทรศัพ
ท์โบราณในบ้านหลวงดังขึ้นเอง ไม่มีใครรับ แต่มีเสี
ยงบันทึกจากอนาคตเล่นว่า “ภารกิจยังไม่จบ ต้องฆ่าใ
ห้ได้ก่อนรุ่ง”
ในความวุ่นวาย หมอนลุกขึ้น ไม่ใช่เพื่อหนี แต่ตรงไ
ปที่ร่างชายในชุดขาวที่กำลังจะตาย คว้าสร้อยคอที่ม
ีตราสัญลักษณ์วงกลมสามซ้อน—สัญลักษณ์เดียวกันกับที
่ปรากฏในหัวเขา—แล้วกดลงบนหน้าผากตัวเอง
แสงวาบที่ไม่มีใครมองเห็น แต่รู้สึกได้เหมือนลมหาย
ใจแผ่วเบา ร่างของชายในชุดขาวสลายเป็นผงละเอียด ไม
่เหลือซาก
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวลือกระจายว่า “ผีป่าเข้าบ้านห
ลวง” แต่ตำรวจไม่มาสอบสวน หลวงวิเศษรอดชีวิต แต่ไม
่แตะน้ำชาอีกเลย หมอนหายไปโดยไม่มีใครตามหา
ที่วัดร้างนอกเมือง ฝนเริ่มตก ชายคนเดิมยืนอยู่ใต้
ต้นโพธิ์ เขียนชื่อตัวเองลงบนแผ่นไม้ด้วยมือที่ยัง
สั่น—“เกิดใหม่ครั้งที่ 3” —ก่อนเผาทิ้งในเปลวไฟที
่ไม่ต้องใช้ไม้ขีด
กฎแรกของระบบคือ “ต้องไม่ทิ้งร่องรอย”
กฎที่สองคือ “หนึ่งร่าง หนึ่งภารกิจ”
เขาทำผิดทั้งสอง แต่ยังมีลมหายใจ
แปลว่า ระบบเริ่มเปลี่ยน
และโลกก็เช่นกัน


